ในช่วงสมัยนี้ที่แทบทุกบ้านของเรานั้นมีอุปกรณ์ Smart Home Device ใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของเรา แน่นอนว่าทุกๆคนนั้นจะต้องรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อ Google Chromecast มากันบ้าง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนจาก TV ธรรมดา ของเราให้กลายเป็น Smart TV ใช้งานเล่น Netflix, Youtube, Spotify และแอปอื่นๆอีกมากมายจาก Smart Phone ของเรา รวมไปถึงการ Cast หน้าจอจาก Smart Phone ไปยัง TV นั้นอีกด้วยครับ จัดว่าเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ตรงใจสาย Entertain ที่ชอบดูหนังฟังเพลง หรือเล่นเกมจากหน้าจอใหญ่ให้อิ่มหนำใจกันเลยทีเดียวครับ ซึ่งการจะซื้อตัว Chromecast สักเครื่องนี้หลายๆท่านก็อาจจะเกิดความสงสัย ว่ามันใช้งานยังไง ติดตั้งยากไหม หรือทำไมมันมีหลายรุ่นเหลือเกิน แล้วแต่ละรุ่นมันต่างกันอย่างไรบ้างละ เดี๋ยววันนี้เราจะมาทำความรู้จักและศึกษาไปพร้อมๆกันเลยครับ

 

 

 

Google Chromecast คืออะไร ?


 

Google Chromecast คืออุปกรณ์อัจฉริยะขนาดเล็กแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ โดยใช้เชื่อมต่อกับช่อง HDMI ใน TV หรือจอโปรเจคเตอร์ของเรานั่นเอง ซึ่งตัว Chromecast จะทำหน้าที่เล่นแอป Netflix, Youtube, Spotify หรือแม้การ Mirror หน้าจอจาก Smart Phone ของเราส่งไปยัง TV ที่เชื่อมต่อกับ Chromecast อยู่ครับ รองรับการใช้งานทั้ง Android และ IOS โดยเปลี่ยนให้ Smart Phone ของเรานั้นทำหน้าที่เป็นรีโมทในการควบคุมสื่อต่างๆโดยตรงครับ ซึ่งในการเชื่อมต่อ Google Chromecast นั้นเราจำเป็นต้องใช้ Wifi และ Smart Phone กับ  Chromecast ของเราต้องใช้ wifi เครือข่ายเดียวกันด้วยครับ

 

 

 

Chromecast 3rd Gen กับ Chromecast Ultra ต่างกันอย่างไร ?

แน่นอนครับว่าสองตัวนี้นั้นแตกต่างกันแน่ๆ แต่ว่ามันต่างกันตรงไหน แล้วเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานแบบไหนละ เรามาดูสเปคและรายละเอียดกันคร่าวๆกันดีกว่าครับ

 

1. Google Chromecast 3rd Gen

สำหรับรุ่นนี้นั้นได้วางจำหน่ายเมื่อช่วงเดือยตุลาคมปี 2018 ที่ผ่านมา รองรับการสตรีมด้วยคุณภาพที่ดีในระดับมาตรฐาน และราคาเป็นมิตรกับผู้บริโภค จึงทำให้รุ่นนี้นั้นเป็นที่นิยมอย่างมากครับ สำหรับสเปคเจ้าตัวนี้คือ
 

  • น้ำหนัก 40 กรัม
  • แสดงผลวิดีโอความละเอียด 1080P 60fps
  • รองรับ Wi-Fi 802.11ac 2.4GHz/5GHz
  • เชื่อมต่อทีวีผ่านช่อง  HDMI
  • อุปรณ์ที่รองรับ Android 4.2 ขึ้นไป, MacOS X 10.9 ขึ้นไป, iOS 9.1 ขึ้นไป และ Windows 7 หรือสูงกว่า

 

 

2. Google Chromecast Ultra

สำหรับตัว Google Chromecast Ultra นั้นจะออกมาในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2016 ซึ่งถึงแม้จะเป็นตัวที่เก่ากว่า แต่พูดถึงในแง่ของการใช้งานแล้วนั้นตัวนี้เหนือกว่าแน่นอนครับ รองรับการสตรีมด้วยความละเอียดสูงสุดแบบ 4K HDR การประมวลผลรวดเร็วกว่า 1.8 เท่า และรองรับการเชื่อมต่อสายแลนเข้าที่อแดปเตอร์โดยตรงเพื่อเพิ่มความเสถียรครับ สเปคคร่าวๆ
 

  • แสดงผลวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K Ultra HD & HDR และ 1080P HDTV
  • รองรับWiFi 802.11ac (2.4GHz/5Ghz) 
  • ชื่อมต่อทีวีผ่านช่อง  HDMI
  • รองรับการเชื่อมต่อสาย Ethernet โดยตรง
  • อุปรณ์ที่รองรับ Android 4.2 ขึ้นไป, MacOS X 10.9 ขึ้นไป, iOS 9.1 ขึ้นไป และ Windows 7 หรือสูงกว่า
  • ประมวลผลได้รวดเร็วกว่าถึง 1.8 เท่า

 

 

 


 

จะเห็นว่าความแตกต่างหลักๆของสองตัวนี้คือเรื่องคุณภาพในการสตรีม และรองรับการเชื่อมต่อสาย Ethernet หรือสายแลนเข้าโดยตรงนั่นเองครับ สำหรับใครที่ไม่มี TV แบบ 4K หรือมีแต่ไม่ได้วางแผนอยากจะดู 4K มากนัก Google Chromecast 3rd Gen ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยละครับ ทั้งประสิทธิภาพการทำงานและราคาที่จับต้องได้ แต่หากว่าท่านไหนที่มี TV 4K และอยากดูหนังหรือเล่นเกมด้วยภาพสวยๆ คมชัด และเพิ่มความเสถียรด้วยการเชื่อมต่อสายแลน ทำให้การดูหนังเล่นเกมครั้งนั้นไม่มีสะดุด กฌสามารถเพิ่มงบประมาณอีกหน่อยเพื่อเลือกซื้อเป็นตัว Google Chromecast Ultra ได้เลยครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับผม

และนี่ก็คือทั้งหมดของ Google Chromecast ว่ามันคืออะไร สามารถทำอะไรได้บ้าง และแตกต่างกันอย่างไรครับ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ข้อมูลกับหลายๆท่านที่กำลังตัดสินใจซื้อตัวนี้อยู่นะครับ ก่อนจากกันไป ผมขอแถมคำถามที่พบเจอบ่อยๆที่คาดว่าจะมีประโยชน์กับหลายๆท่านนะครับ และวิธีการใช้งาน Google Chromecast คร่าวๆ ครับผม สำหรับวันนี้ก็ขอตัวลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ

 

 

Q&A คำถามที่พบบ่อย


 

Q1: ถ้าไม่มี wifi ที่บ้านจะใช้ได้ไหม หรือถ้าไม่ได้ต้องทำอย่างไร ใช้เน็ตมือถือได้ไหม

A1: สำหรับตัว Chromecast นั้นการทำงานของมันต้องใช้ Wifi ครับ หากไม่ได้เชื่อมต่อกับ Wifi ก็ไม่สามารถใช้งานได้ ส่วนในกรณีใช้เน็ตมือถือได้ไหม มันก็ได้ครับ ในกรณีที่เราเปิดแชร์ Hotspot ของมือถือตัวนั้น และตอนตั้งค่าครั้งแรกก็ให้เราเลือก Wifi ที่ปล่อยออกมาจากมือถือ เหมือนเปลี่ยนจากมือถือให้กลายเป็นเราท์เตอร์ Wifi พอจะเห็นภาพใช่ไหมครับ แต่สำหรับกรณีแล้ว มือถือที่ทำหน้าที่เป็น Wifi จะไม่สามารถ Cast อะไรก็ตามได้ครับ เราต้องใช้มือถืออีกเครื่องนึงในการ Cast และมือถือเครื่องนั้นก็ต้องใช้ Wifi จากมือถือเครื่องที่เราเปิด Hotspot ด้วยครับผม

 

 

Q2 : นอกจาก Smart Phone แล้ว เราสามารถ Cast หน้าจอจากโน้ตบุ้ค หรือ MacBook ได้หรือไม่

A2: สามารถทำได้เช่นกันครับ เพียงแค่เราติดตั้ง Google Cast Extension ใน Google Chrome ของเรา สำหรับ Mac ให้เราโหลด Chrome Browser ก่อนนะครับ จากนั้นก็ไปติดตั้ง  Google Cast Extension โดยที่เราไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Google Home App เลย เมื่อเราโหลด Google Cast Extension แล้ว หน้าจอหัวมุมขวามือข้างบนจะมีสัญลักษณ์ Cast อยู่ เราสามารถกดและเลือกอุปกรณ์ Chromecast ของเรา เพื่อส่งภาพจากโน้ตบุ้ตไปที่ TV ได้เลยครับผม

 

 

วิธีการ Setting Chromecast ครั้งแรก


 

  1. เสียบอุปกรณ์ Chromecast เข้ากับ TV หรือจอมอนิเตอร์ด้วยช่อง HDMI
  2. ดาวน์โหลด Google Home App ในมือถือ
  3. ทำการตั้งค่าตามขั้นตอนบนหน้าจอได้เลย (หลักๆคือให้ตั้งชื่ออุปกรณ์ ตั้งค่าเครือข่าย wifi ที่จะใช้งาน Chromecast และอย่าลืมเชื่อมต่อ Wifi เครือข่ายเดียวกันกับที่เราจะตั้งค่า)
  4. เริ่มการใช้งาน Cast ได้ทันที (เปิดแอป Netflix หรือ Youtube กดสัญลักษณ์ Cast ในโทรศัพท์ และรับชมผ่านทางทีวี!)