เมื่อพูดถึงแปรงสีฟันไฟฟ้าในสมัยนี้ อาจจะมีมากมายหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อมาใช้กัน และคงไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินชื่อ Oral-B แน่นอนครับ หนึ่งในแปรงสีฟันไฟฟ้าที่เป็นที่นิยมของหลายๆท่าน ทั้งในส่วนของรูปทรงการดีไซน์ หัวแปรงแบบกลมโค้ง ขนแปรงซอกซอนทำความสะอาดได้ล้ำลึก การแปรงแบบหมุนไปกลับด้วยรอบความเร็วสูง ที่จะทำให้มั่นใจในความสะอาดหลังแปรงเสร็จ และโหมดในการแปรงฟันให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมอีกมากมาย อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ต่างประเทศให้การยอมรับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เชี่ยวชาญทางเรื่องของสุขภาพในช่องปาก ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไม Oral-B ถึงมีผู้ใช้งานกันมากขนาดนี้ครับ แต่การจะเริ่มอะไรใหม่ๆครั้งแรกนั้นอาจจะยากหรือมักจะสับสนเสมอ บางท่านอยากจะเปลี่ยนจากการใช้แปรงสีฟันธรรมดามาใช้เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้า แต่ก็ไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี รุ่นที่เจ้า Oral-B ปล่อยออกมานั้นก็มีมากมายเหลือเกิน ราคาแต่ละรุ่นก็ต่างกันอีก แต่ฟังก์ชั่นมันต่างกันยังไงละ แล้วใช้งานยากไหม บำรุงรักษายากไหม และอีกหลายๆคำถามที่เกิดขึ้นมาในใจของหลายๆท่าน วันนี้ผมจึงได้ทำการคัด Oral-B รุ่นเด่นๆมาว่าแต่ละรุ่นมันมีฟังก์ชั่นอย่างไร เหมาะกับกลุ่มใช้งานใด และตารางเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพกันได้ชัดเจนขึ้นครับ เรามาดูไปพร้อมๆกันเลยครับผม

 

 

Oral-B PRO 1000

มาเริ่มกันที่แปรงสีฟันไฟ้ฟ้ารุ่นน้องเล็กสุด แต่เต็มไปด้วยคุณภาพ Oral-B PRO 1000 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยดีไซน์ขนาดกระทัดรัด จับถนัดมือ โหมดการแปรงฟันแบบ Daily Clean โหมดเดียวครบ จบในการแปรง ช่วยทำความสะอาดฟันของเราได้ดีขึ้นกว่าแปรงสีฟันปกติถึง 100% พร้อมกับเซนเซอร์ตรวจจับว่าหากเรากดแปรงแรงเกินไปจะหยุดทำงานทันที และตัวจับเวลาแบบ Built in ในแปรง ทำงานเมื่อเริ่มแปรงฟัน โดยจะช่วยเตือนทุกๆ 30 วินาทีให้เราขยับไปแปรงส่วนอื่นต่อจนครบ 2 นาที ตามคำแนะนำในการแปรงฟันของทันตแพทย์ครับ เดี๋ยวผมสรุปจุดเด้นไว้เป็นข้อๆ เพื่อง่ายต่อความเข้าใจครับผม

 

จุดเด่น

  • ลบคราบหินปูนได้มากกว่า 100% เทียบกับแปรงสีฟันธรรมดา
  • โหมดการแปรงแบบ Daily Clean พิสูจน์จากคลีนิคพบว่าทำความสะอาดได้ทั่วถึงมากกว่าแปรงทั่วไป
  • หัวแปรงสีฟันแบบ Cross Action ขนแปรงทำมุม 16 องศา เข้าถึงในทุกซอกซอนของฟัน ทำความสะอาดได้แบบ 3 มิติ
  • จับเวลาการแปรง 2 นาที และสั่นทุก 30 วินาที เพื่อเตือนให้คุณทำความสะอาดมุมอื่นๆต่อไป
  • เซ็นเซอร์ตรวจจับการกดที่แรงเกินไป หยุดการทำงานอัตโนมัติ
  • ใช้งานได้ 7 วัน (ใช้วันละสองครั้งครั้งละสองนาที) ชาร์จแบตเต็มที่อยู่ที่ 15 ชั่วโมง

สำหรับรุ่นนี้จะเหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการแปรงสีฟันไฟ้ฟ้าที่มีประสิทธิภาพดี ใช้งานง่าย ไม่ต้องปรับโหมดหรือปรับอะไรให้ซับซ้อน เน้นการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ด้วยราคาที่ไม่สูง สามารถจับต้องได้ แต่คุณภาพคุ้มค่ากับทุกบาทที่เสียไปครับ Oral-B PRO 1000 จึงถือว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งครับผม

 

 

 

Oral-B PRO 3000

Oral-B PRO 3000 แปรงสีฟันไฟฟ้ารุ่นเหนือกว่าตัว 1000 ยกระดับการใช้งานด้วยโหมดการแปรงฟันถึง 4 แบบ ทั้ง Daily Clean, Gum care, whitening และ Sensitive ยังคงดีไซน์กะทัดรัดจับถนัดมือไว้อยู่ แต่ที่พิเศษกว่ารุ่นก่อนคือตรงแท่นชาร์จแบตนั้นจะมีกล่องเก็บหัวแปรงสีฟันมาให้ด้วย เอาไว้เก็บหัวแปรงหลังจากใช้งานหรือเก็บหัวแปรงรุ่นอื่นๆได้ครับ หัวแปรงตัวนี้ที่แถมมาให้จะเป็นแบบ 3D White สามารถทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึงพร้อมขัดฟันให้ดูขาวขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ใช้งาน และในส่วนของเซ็นเซอร์ตรวจจับเมื่อเรากดแปรงหนักไปนั้นก็เพิ่มลูกเล่นในการแสดงสัญญาณไฟสีแดงกระพริบให้เราได้เห็นได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วยครับ นอกเหนือไปกว่านั้น เจ้าตัวนี้ยังสามารถเชื่อมต่อบลูทูธเข้ากับแอปของ Oral-B ใน Smartphone เพื่อเข้าไปดูรายละเอียดการแปรงฟันของเราในแต่ละวัน หรือเพื่อกำหนดจุดที่ต้องการเน้นในการแปรงฟัน นำข้อมูลเหล่านี้ไปอ้างอิงกับทันตแพทย์ รวมไปถึงดูภาพประกอบ 3D Animation ขณะแปรงฟันของเราได้ครับ

 

จุดเด่น

  • ลบคราบหินปูนได้มากกว่า 97% ในส่วนที่เข้าถึงยาก
  • รองรับโหมดการแปรงฟันถึงสี่รูปแบบ  

daily clean ทำความสะอาดฟันอย่างมีประสิทธิภาพ

gum care นวดและทำความสะอาดเหงือก

Sensitive ระดับความแรงแบบนุ่มนวล ไม่ทำร้ายเหงือกและฟัน

Whitening ขัดให้ฟันขาวขึ้นจริงภายใน 21 วัน

 

  • หัวแปรงสีฟันแบบ 3D White ทำความสะอาดได้ทั่วถึงพร้อมขัดฟันให้ดูขาวขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ใช้งาน
  • จับเวลาการแปรง 2 นาที และสั่นทุก 30 วินาที เพื่อเตือนให้คุณทำความสะอาดมุมอื่นๆต่อไป
  • เซนเซอร์ตรวจจับเมื่อกดแปรงหนักเกินไป หยุดทำงานพร้อมส่งสัญญานไฟกระพริบสีแดง
  • มาพร้อมกับกล่องเก็บหัวแปรงสีฟันเมื่อไม่ได้ใช้งาน
  • สามารถเชื่อต่อแปรงสีฟันผ่านบลูทูธเข้ากับ Oral-B App ใน smartphone ได้ เพื่อใช้ดูรายละเอียดในการแปรงฟันและอื่นๆ
  • ใช้งานได้ 7 วัน (ใช้วันละสองครั้งครั้งละสองนาที) ชาร์จแบตเต็มที่อยู่ที่ 8-12 ชั่วโมง

 

ในรุ่นนี้จะเหมาะกับผู้ใช้งานที่หันมาใส่ใจเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากมากขึ้น ด้วยโหมดการใช้งานหลักสามโหมดที่ช่วยดูแลความสะอาดของเหงือกและฟันของเราได้อย่างครบถ้วน และสามารถเชื่อมต่อแอปเพื่อดูรายละเอียดในการแปรงฟันในแต่ละวันได้ กำหนดจุดที่ต้องการเน้นแปรงได้ และเอาข้อมูลจากแอปไปอ้างอิงกับทันตแพทย์ได้อีกด้วยครับ หากใครนั้นมีงบพอ เพียงแค่เพิ่มเงินอีกนิดหน่อยก็สามารถได้เจ้าตัวนี้มาใช้งานในชีวิตประจำวันของเราได้เลยครับผม

 

 

 

Oral-B PRO 5000

Oral-B PRO 5000 แปรงสีฟันไฟฟ้ารุ่นรองท็อปของ Oral-B ที่อัดแน่นไปด้วยโหมดการแปรงฟันถึง 5 โหมด ที่เพิ่มเข้ามาก็คือ Deep Clean ที่จะช่วยทำความสะอาดในส่วนที่เข้าถึงได้ยาก ในส่วนของดีไซน์นั้นจะดูดีขึ้นกว่าจากรุ่นเก่า แต่ตัวด้ามแปรงสีฟันนั้นจะหนาขึ้นและหนักขึ้นเล็กน้อย แต่แลกมากับแบตเตอรี่ที่สามารถอยู่ได้ยาวนานขึ้นถึง 10 วัน (แปรงฟันครั้งละสองนาทีวันละสองครั้ง) หัวแปรงแบบ Cross Action ขนแปรงทำมุม 16 องศา เข้าถึงในทุกซอกซอนของฟัน ทำความสะอาดได้แบบ 3 มิติ มาพร้อมกับกล่องเก็บแปรงสีฟันแบบพกพา สามารถเก็บแปรง และหัวแปรงได้ถึงสองชิ้น ตัวแปรงมีระดับแบตเตอรี่บอก สามารถดูได้ง่าย ในส่วนของการชาร์จ สามารถชาร์จทิ้งไว้กับตัวแท่นชาร์จข้ามวันได้เลย ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายแน่นอน และรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธกับแอปเช่นเคยครับ และยังสามารถส่งค่า Feedback แบบเรียลไทม์หลังการแปลงฟันของเราให้ทันทีครับ ในส่วนของฟังก์ชั่นอื่นๆที่ตัวก่อนมีผมอาจจะไม่ได้พูดถึงมากนะครับ เนื่องจากมันสามารถทำได้เหมือนกัน จึงขอละไว้นะครับผม

 

จุดเด่น

  • ลบคราบหินปูนได้มากกว่า 100% เทียบกับแปรงสีฟันธรรมดา
  • หัวแปรงสีฟันแบบ Cross Action ขนแปรงทำมุม 16 องศา เข้าถึงในทุกซอกซอนของฟัน ทำความสะอาดได้แบบ 3 มิติ
  • รองรับโหมดการใช้งานถึง 5 รูปแบบ

Daily clean ทำความสะอาดฟันอย่างมีประสิทธิภาพ

Gum care นวดและทำความสะอาดเหงือก

Sensitive ระดับความแรงแบบนุ่มนวล ไม่ทำร้ายเหงือกและฟัน

Whitening ขัดให้ฟันขาวขึ้นจริงภายใน 21 วัน

Deep Clean ทำความสะอาดในส่วนที่เข้าถึงได้ยาก

 

  • แบตเตอรรี่อยู่ได้นานขึ้นถึง 10 วัน (แปรงฟันครั้งละสองนาทีวันละสองครั้ง) ใช้เวลาชาร์จ 24 ชม.
  • ดีไซน์สวยงาม ดูดี มีระดับแบตเตอรี่บอกที่แปรงสีฟัน สามารถชาร์จทิ้งไว้กับแท่นชาร์จข้ามวันได้เลย ปลอดภัย ไม่เกิดอันตราย
  • มาพร้อมกับกล่องเก็บแปรงสีฟันแบบพกพา
  • ผลตอบรับแบบเรลไทม์ ด้วย App จาก Oral-B สอดส่องการแปรงของคุณ ติดตามลักษณะการแปรง เพิ่มแรงจูงใจให้คุณรักษาสุขภาพฟัน แจ้งเตือนหากคุณใช้น้ำหนักการแปรงหนักเกินไป

        

สำหรับรุ่นนี้จะเห็นว่าฟังก์ชั่นการแปรงฟันจะค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นโหมดการแปรงฟันต่างๆถึง 5 โหมด เชื่อมต่อบลูทูธกับแอปเพื่อวิเคราะห์สุขภาพฟัน หรือดูผลตอบรับแบบเรียลไทม์หลังจากแปรงฟันได้ แบตเตอรี่ก็อึดขึ้นกว่าเดิม และมีเคสเก็บแปรงสีฟันแบบพกพามาให้อีกด้วย เหมาะกับผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพช่องปากเหงือกและฟันอย่างแท้จริงครับ ด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นมา แต่แลกกับความคุ้มค่าหลายๆอย่างที่ได้รับ จึงถือว่าเป็นรุ่นหนึ่งที่ขอแนะนำเลยครับผม

 

Oral-B PRO 7000

มาถึงตัวสุดท้ายกันแล้วนะครับผม กับ Oral-B PRO 7000 แปรงสีฟันไฟฟ้าที่เรียกได้ว่าเป็นรุ่นท็อปรุ่นหนึ่งเลยครับ จัดเต็มทั้งในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งาน และอุปกรณ์เสริมแบบพรีเมี่ยมต่างๆที่แถมมาให้ ในส่วนของโหมดการแปรงฟันนั้นก็มีถึง 6 โหมดด้วยกัน โดยที่เพิ่มเข้ามาก็คือ Tongue Cleaner โหมดสำหรับทำความสะอาดลิ้นโดยเฉพาะ สามารถทำความสะอาดได้ทุกจึดของปากตั้งแต่ฟัน เหงือก ลิ้น รวมไปถึงจุดที่อยู่ลึกทำความสะอาดได้ยาก มาพร้อมกับ Wireless Guide หรือเจ้าตัวที่หน้าตาเหมือนนาฬิกานี่ละครับ เจ้าตัวนี้หากไม่ได้ใช้งานแปรงฟันมันจะป็นนาฬิกาปกติ แต่เมื่อเราเริ่มใช้งานแปรงฟันมันจะกลายเป็นตัวจับเวลา 2 นาที พร้อมกับคอยเตือนให้เปลี่ยนจุดในการแปรง และมีระดับคะแนนให้เราด้วยนะครับ ในส่วนของดีไซน์แปรงสีฟันนั้นมาในรูปแบบหรูหรา สีดำล้วนขอบเงินดูดีมีสไตล์ ปุ่มกด และสัญลักษณ์ต่างๆเป็นสีน้ำเงินตัดกับสีดำ มาพร้อมกับเคสพกพา ที่ดูพรีเมียมกว่าเดิมมากๆ สามารถพกแปรงไฟฟ้าและหัวแปรงได้ถึงสองชิ้น เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีหัวแปรงสีฟันให้เราได้เลือกเปลี่ยนถึงสามแบบด้วยกัน นั่นก็คือหัวแปรง Cross Action, Pro White และ Sensitive สามารถใช้งานได้สูงสุด 10 วันและชาร์จ 1 วันเช่นเดียวกัน และเชื่อมต่อบลูทูธกับแอป Oral-B ใน Smartphone เพื่อวิเคราะห์สุขภาพฟันครับ

 

จุดเด่น  

  • ลบคราบหินปูนได้มากกว่า 100% เทียบกับแปรงสีฟันธรรมดา
  • หัวแปรงสีฟันแบบ Cross Action ขนแปรงทำมุม 16 องศา เข้าถึงในทุกซอกซอนของฟัน ทำความสะอาดได้แบบ 3 มิติ
  • รองรับโหมดการใช้งานถึง 6 รูปแบบ

Daily clean ทำความสะอาดฟันอย่างมีประสิทธิภาพ

Gum care นวดและทำความสะอาดเหงือก

Sensitive ระดับความแรงแบบนุ่มนวล ไม่ทำร้ายเหงือกและฟัน

Whitening ขัดให้ฟันขาวขึ้นจริงภายใน 21 วัน

Deep Clean ทำความสะอาดในส่วนที่เข้าถึงได้ยาก

Tongue Cleaner โหมดทำความสะอาดลิ้น

 

  • แบตเตอรรี่อยู่ได้นานขึ้นถึง 10 วัน (แปรงฟันครั้งละสองนาทีวันละสองครั้ง) ใช้เวลาชาร์จ 24 ชม.
  • ดีไซน์หรูหรา ดูดีมีระดับ มาพร้อมกับของแถมพรีเมียมอย่าง Smart Wireless Guide ใช้จับเวลาการแปรงฟัน แจ้งเตือนให้ย้ายจุดในการแปรง และให้คะแนนการแปรงฟัน
  • มีหัวแปรงสีฟันแถมมาให้ถึง 3 แบบ คือ Cross Action, Pro White และ Sensitive ให้ได้เลือกเปลี่ยนตามลักษณะการแปรงฟัน
  • แถมเคสพกพาแปรงสีฟันแบบพรีเมียม ดีไซน์สวย วัสดุอย่างดี สามารถเก็บตัวแปรง และหัวแปรงสีฟันได้สองชิ้น
  • เชื่อมต่อบลูทูธเพื่อวิเคราะการแปรงฟันหรือผลตอบรับแบบเรลไทม์ ด้วย App จาก Oral-B สอดส่องการแปรงของคุณ ติดตามลักษณะการแปรง เพิ่มแรงจูงใจให้คุณรักษาสุขภาพฟัน แจ้งเตือนหากคุณใช้น้ำหนักการแปรงหนักเกินไป

ในรุ่นนี้นั้นจะออกแบบมาสำหรับผู้ที่รักในการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างจริงจัง ละเอียดและพิถีพิถันในเรื่องของการแปรงฟัน ด้วยโหมดการแปรงฟันที่มีมากที่สุดจากทุกรุ่นคือ 6 โหมด และชื่นชอบความสะดวกสบาย ซื้อรอบเดียวจบ ได้ครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Smart Guide หรือจะเป็นเคสแบบพรีเมี่ยม หัวแปรงที่มีให้เลือกเปลี่ยน 3 แบบ ดีไซน์ของแปรงที่ดูดีมีระดับ สามารถเชื่อมต่อกับแอปได้เหมือนกับรุ่นอื่นๆ ถึงแม้ว่าราคตัวนี้อาจจะสูงกว่ารุ่นอื่นบ้าง แต่ถ้าเทียบกับฟังก์ชั่นแล้วถือว่าคุ้มค่า ดีกว่าเสียเงินไปหาคุณหมอฟันซึ่งแพงกว่า 2-3 เท่าเลยครับผม

 

 

ต่อไปผมขอแนบตารางเปรียบเทียบรายละเอียดคร่าวๆ เพื่อให้หลายๆท่านได้ศึกษาและเห็นภาพกันชัดเจนมากขึ้นครับผม

ก็จบกันไปแล้วนะครับสำหรับบทความเปรียบเทียบกันแบบเม็ดต่อเม็ดของแปรงสีฟันไฟฟ้า รุ่น Oral-B PRO ของเราครับ หากใครศึกษาแล้วเกิดความสนใจก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้าจากทางเว็บไซต์ Bansmart ของเราได้เลยนะครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หลายๆท่านจะได้รับความรู้ใหม่ๆ หรือได้รับเพิ่มเติมจากเดิม และช่วยคลายข้อสงสัยต่างๆ จนไปถึงใช้ประกอบในการตัดสินใจที่จะเลือกซื้อแปรงสีฟันไฟฟ้าสักเครื่องได้นะครับ หากเราจะซื้อทั้งทีเราก็ต้องเลือกคัดสรรดีๆให้เหมาะกับตัวเราที่ถูกต้องใช่ไหมละครับ การซื้อเเปรงสีฟันไฟฟ้าก็เหมือนกับการลงทุนเพื่อสุขภาพช่องปากในระยะยาวด้วยครับ ลดโอกาสที่เราจะต้องไปหาหมอฟัน และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆจุกจิกไปเยอะเลยละครับ เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้ได้มาฟรีๆ ต้องลงทุนดูแลรักษามัน สุขภาพช่องปากก็เช่นกันครับ ครั้งต่อไปจะเป็นบทความเกี่ยวกับอะไร รอติดตามกันได้เลยนะครับ สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ