หลังจากที่ทาง Google ได้ผนวกแบรนด์กับ Nest เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์สายฮาร์ดแวร์ สำหรับสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฮม ทั้งแบรนด์ Google Home และ Nest เข้ารวมไว้ด้วยกันเป็นแบรนด์ใหม่ Google Nest จึงทำให้ Google Home Mini รุ่นใหม่ (2nd Generation) อัพเดทมาใช้ชื่อว่า Google Nest Mini โดยมีหลายคนสงสัยกันว่ารุ่นใหม่นี้ จะมีอะไรแตกต่างกันบ้าง? ทีมงาน Bansmartshop จะมาสรุปให้ได้เข้าใจกันในบทความนี้

 

 

Google Nest Mini หรือ Google Home Mini คืออะไร?

ลำโพงอัจฉริยะที่ผลิตและพัฒนาโดย Google เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึง Google Assistant หรือผู้ช่วยอัจฉริยะของกูเกิล เพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆด้วยคำสั่งเสียง รับข่าวสารอัพเดทด้วยเสียง สั่งให้เล่นเพลง วีดีโอ หรือภาพ รวมทั้งควบคุมอุปกรณ์สมาร์ตโฮมต่างๆที่เชื่อมต่ออยู่ ให้เปิด/ปิด หรือ สั่งงานให้อุปกรณ์เหล่านั้นสามารถทำสิ่งต่างๆให้คุณผ่านคำสั่งเสียง

 

 

ดีไซน์

ทางมองกันเผลอๆ Home Mini กับ Nest Mini แทบจะไม่แตกต่างกัน ด้วยดีไซน์ที่ทาง Google ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงใหม่ แต่ก็มีสิ่งที่เปลี่ยนเล็กๆน้อยๆอยู่บ้าง อย่างบริเวณด้านหลังของ Nest Mini ที่มาคราวนี้รองรับการแขวนกับผนัง (Wall-mounting) เพื่อยึดติดได้อย่างสวยงามลงตัวขึ้น เหมือนกับการแขวนนาฬิกานั้นเอง แถมยังใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

 

  • Nest Mini : รองรับการยึดติดกับผนัง
  • Home Mini : ต้องใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการติดตั้งบนผนัง

 

 

 

ในเรื่องสี ทั้ง 2 รุ่นเลือกใช้โทนสีใกล้เคียงกัน โดยมีให้เลือก 4 สี (Charcoal, Chalk, Coral และ Aqua)

 

 

แหล่งพลังงาน

เป็นอีกเรื่องที่ Nest Mini ทำให้ผิดหวังเล็กๆ ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบสาย micro-USB เพื่อเสียบเข้ากับไฟบ้านเป็นสายแบบเฉพาะ จึงทำให้ไม่สามารถใช้ร่วมกับสายอื่นๆได้นั้นเอง

  • Nest Mini : สายเฉพาะ Nest Mini
  • Home Mini : สาย micro-USB

 

 

การควบคุม

ปุ่มควบคุม : ทั้งสองรุ่นยังถือว่าไม่ค่อยแตกต่างกันมาก สำหรับคนที่เคยใช้ Home Mini มาก่อนคงเคยชินกับปุ่มใช้งาน โดย Nest Mini ปรับเปลี่ยนการวางปุ่มเพียงเล็กน้อย และเพิ่มฟังก์ชั่นหยุดการควบคุม อีกทั้งปุ่มด้านบนจะสว่างอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้

 

 

คุณภาพเสียง

Home Mini รุ่นเดิมในเรื่องคุณภาพเสียงนั้น อยู่ในเกรณ์ปกติ เพียงพอต่อการโต้ตอบในการใช้งาน แต่ถ้านำไปฟังเพลงคุณภาพเสียงที่ได้รับค่อนข้างไม่ดีสักเท่าไหร่ พอมาถึงในรุ่นใหม่อย่าง Nest Mini ถูกปรับปรุงให้ขับพลังเสียงได้รอบทิศทาง เพิ่อให้มิติเสียงที่ได้ยินนั้นสมจริงขึ้น อีกทั้งการตอบสนองของเสียงเบสดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 40%

 

 

ไมโครโฟนรับคำสั่งเสียง

เพิ่มประสิทธิภาพของการสั่งงานด้วยเสียงให้ตอบสนองได้ดีขึ้น แถมยังรวดเร็วกว่าเดิม จากการเพิ่มไมโครโฟนใน Nest Mini เป็น 3 ตัว จึงทำให้ทักษะการฟังดีขึ้น

  • Nest Mini : ไมโครโฟน 3 ตัว
  • Home Mini : ไมโครโฟน 2 ตัว

 

 

การใช้งาน

คราวนี้ Nest Mini รองรับการสั่งงานด้วยเสียงแบบฉัจริยะ ด้วยภาษาไทยได้แล้ว เพียงเข้าไปตั้งค่า Google Home App โดยเลือกให้เลือกภาษาที่ใช้พูด "English (Thai)"  ซึ่งระบบจะแจ้งว่า อุปกรณ์ไม่รองรับภาษาไทย แต่ใช้งานภาษาไทยได้ตามปกติ

 

 

ความเปลี่ยนแปลงของ Nest Mini ในเรื่องการใช้งานต่างๆ

  • เพิ่มการประมวลผลรูปแบบ Machine Learning เพื่อเรียนรู้คำสั่งของผู้ใช้งาน
  • สั่งงานผ่าน GoogleAssistant ที่รวดเร็วทันใจ มีประสิทธิมากกว่าเดิม
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์อัลตราโซนิค

ทั้งสองรุ่นยังรองการสั่งงานเช่นเดิม กับอุปกรณ์สมาร์ทโฮม อย่างเช่น WEMO, TP-Link, IFTT, August, Hue, Google Nest และอีกมากมาย

 

 

ข้อสรุป

สำหรับ Google Nest Mini ยังคงรักษามาตรฐานได้ดี ทั้งรูปทรงเล็กกระทัดรัด วางใช้งานได้สะดวก แถมยังนำไปยึดติดกับผนังได้ด้วย ซึ่มาถึงรุ่นที่ 2 แล้ว (2nd Generation) ได้ปรับปรุงคุณภาพเสียง และ ไมโครโพนเพื่อการตอบสนองต่อผู้ใช้งานขึ้น

ดังนั้นผู้ที่ใช้งานรุ่นเดิมอย่าง Google Home Mini ถ้าเน้นในเรื่องความคุ้มค่า ก็สามารถใช้งานรุ่นเดิมต่อไปได้ โดยไม่ต้องอัพเกรดเป็น Nest Mini เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่าย แต่สำหรับผู้ใช้งานใหม่ อยากให้เลือกไปที่ Nest Mini ไปเลย ด้วยความสดใหม่และราคาที่ใกล้เคียงกัน